เบื้องหลัง "Operation Absolute Resolve": เมื่อโค้ดสังหารนำทางกระสุน ในภารกิจชิงตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

เบื้องหลัง "Operation Absolute Resolve": เมื่อโค้ดสังหารนำทางกระสุน ในภารกิจชิงตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

3 มกราคม 2026 — โลกตื่นขึ้นมาพบกับข่าวช็อกโลก เมื่อประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) แห่งเวเนซุเอลา ถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ บุกชิงตัวถึงในค่ายทหารกลางกรุงการากัส แล้วนำตัวออกไปดำเนินคดีที่นิวยอร์กในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง

แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่าภาพของเฮลิคอปเตอร์ MH-47 Chinook ที่บินโฉบเหนือน่านฟ้าเวเนซุเอลา คือ "สงครามที่มองไม่เห็น" ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น นี่ไม่ใช่หนังแอคชั่นฮอลลีวูดแบบยุค 90 ที่เน้นแค่การระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่มันคือปฐมบทของ "สงครามไซเบอร์-กายภาพ" (Cyber-Kinetic Warfare) ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในศตวรรษที่ 21

ในบทความนี้ เราจะมาชำแหละเบื้องหลังปฏิบัติการ Operation Absolute Resolve ว่าสหรัฐฯ เจาะทะลุ "กำแพงเหล็ก" ของเวเนซุเอลาได้อย่างไรโดยที่เรดาร์ไม่ทันได้ร้องเตือน

1. บทเรียนจากความล้มเหลวสู่ความสมบูรณ์แบบ

หากใครจำกันได้ เมื่อปี 2020 เคยมีความพยายามบุกเวเนซุเอลามาก่อนในชื่อ "Operation Gideon" ซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลวอย่างน่าอับอาย ทหารรับจ้างถูกจับกุมตั้งแต่ขึ้นฝั่งเพราะข่าวรั่วไหลและขาดการสนับสนุน 

แต่ในปี 2026 สหรัฐฯ กลับมาพร้อมกับบทเรียนราคาแพง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การส่งคนถือปืนเข้าไป แต่เป็นการระดมสรรพกำลังจากทุกมิติ ทั้ง US Cyber Command (กองบัญชาการไซเบอร์), Space Command (กองบัญชาการอวกาศ) และ CIAเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Layered Ambiguity" หรือความคลุมเครือหลายชั้น 

2. เจาะระบบประสาท: ทำไมเรดาร์ถึงตาบอด?

เวเนซุเอลาครอบครองระบบป้องกันภัยทางอากาศที่น่าเกรงขามอย่าง S-300VM ของรัสเซีย ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วน่าจะสอยเครื่องบินสหรัฐฯ ร่วงได้ไม่ยาก แต่ในคืนปฏิบัติการ ระบบเหล่านี้กลับกลายเป็นเพียง "เศษเหล็กไร้เสียง" 

คำตอบอยู่ที่เทคโนโลยีที่เรียกว่า "Suter" แทนที่จะใช้ขีปนาวุธทำลายเรดาร์ให้เกิดเสียงดัง สหรัฐฯ ใช้การโจมตีทางไซเบอร์ "ฉีด" อัลกอริธึมเข้าไปในเครือข่ายเรดาร์ของศัตรู ผลที่ได้คือ:

  • การสร้างภาพลวงตา: หน้าจอเรดาร์ของผู้ควบคุมชาวเวเนซุเอลายังคงโชว์ว่า "ท้องฟ้าปกติ" ทั้งที่มีเครื่องบินรบและเครื่องบินสนับสนุนกว่า 150 ลำ บินอยู่เต็มน่านฟ้า 
  • การตัดขาดการสั่งการ: เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G Growler ทำหน้าที่รบกวนสัญญาณ ทำให้ผู้บัญชาการไม่สามารถสั่งยิงได้ แม้ว่าจะมองเห็นเครื่องบินด้วยตาเปล่าก็ตาม

3. ดับไฟเมืองหลวง: การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน

ก่อนที่ทีม Delta Force จะโรยตัวลงพื้นไม่กี่นาที กรุงการากัสก็มืดมิดลง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการโจมตีทางไซเบอร์และการใช้ระเบิดแกร์ไฟต์ (Graphite Bombs)

สหรัฐฯ ได้ทำการ "ซ้อมมือ" มาก่อนแล้วด้วยการโจมตีบริษัทน้ำมัน PDVSA ในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งทำให้พวกเขารู้จุดอ่อนของระบบจ่ายไฟ SCADA ของเวเนซุเอลา การตัดไฟครั้งนี้ไม่ได้แค่สร้างความสับสน แต่เป็นการตัดระบบสื่อสารสำรองและระบบทำความเย็นของเซิร์ฟเวอร์ทหาร ทำให้การตอบโต้เป็นไปไม่ได้เลย

4. ข่าวกรองที่แม่นยำดั่งจับวาง

การจะจับตัวคนขี้ระแวงอย่างมาดูโร ที่เปลี่ยนที่นอนทุกคืนและมีเซฟเฮาส์ 6-8 แห่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย ความสำเร็จนี้ต้องยกเครดิตให้:

  • CIA Ground Team: สายลับที่แฝงตัวเข้าไปเก็บข้อมูล "Pattern of Life" (รูปแบบการใช้ชีวิต) นานกว่า 5 เดือน จนรู้แม้กระทั่งว่าสัตว์เลี้ยงของมาดูโรเดินทางไปที่ไหน 
  • Digital Forensics: จากการยึดเครื่องบินส่วนตัวของมาดูโรที่โดมินิกันเมื่อปีก่อน สหรัฐฯ ได้ "ขุมทรัพย์" เป็นข้อมูลดิจิทัล เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของนายทหารระดับสูง ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เพื่อดักฟังหรือแม้แต่ส่งข้อความลวงในคืนปฏิบัติการ

5. สงครามข้อมูลหลังภารกิจ: ยุคแห่ง AI Deepfake

ทันทีที่มาดูโรถูกจับ พื้นที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นสนามรบใหม่ ภายในไม่กี่นาที คลิปวิดีโอ (ที่สร้างโดย AI) ก็ว่อนเน็ต แสดงภาพมาดูโรถูกใส่กุญแจมือ หรือภาพฝูงชนออกมาเฉลิมฉลอง 

แม้ภายหลังจะมีการตรวจสอบพบว่าภาพเหล่านี้สร้างจากเครื่องมืออย่าง "Nano Banana Pro" ของ Google แต่ผลทางจิตวิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว ข้อมูลเท็จที่ท่วมท้นในช่วง "Golden Hour" (ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ) ทำให้ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเสียขวัญและไม่รู้ว่าควรเชื่อใคร ชะลอการรวมพลเพื่อต่อต้านจนสายเกินไป

บทสรุป: อนาคตของสงครามเปลี่ยนไปแล้ว

Operation Absolute Resolve บอกเราว่า ในยุคนี้การมีรถถังหรือขีปนาวุธที่ทันสมัยที่สุดอาจไม่มีความหมาย หากระบบเครือข่ายของคุณถูกเจาะจนพรุน สงครามยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่อำนาจการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการ "ควบคุมความจริง" และ "ตัดการเชื่อมต่อ" ของศัตรู

เวเนซุเอลาไม่ได้พ่ายแพ้เพราะทหารไม่กล้าหาญ แต่พ่ายแพ้เพราะถูกทำให้ "ตาบอด หูหนวก และเป็นใบ้" ด้วยเทคโนโลยี ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะถูกยิงเสียอีก

หมายเหตุ: บทความนี้ รวบรวมข้อมูลด้วย AI